Company Registration

การทะเบียนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

LHM มีบริการจดทะเบียนบริษัทในทุกรูปแบบ รวมไปถึงการขอใบอนุญาตประกอบกิจการในทุกภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าท่านจะวางแผนทำธุรกิจในด้านใด ก็สามารถปรึกษาเราในเรื่องการจอดทะเบียนและขอใบอนุญาตต่างๆได้

ในกรณีที่มีต่างชาติร่วมทุน เราแนะนำให้จัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด ซึ่งโดยทั่วไป นักลงทุนต่างชาติจะถือหุ้นในบริษัทจำกัดเอกชนได้เพียง 49 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขึ้นอยู่กับภาคส่วน

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้ว จะต้องจดทะเบียนขอมีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคลจากกรมสรรพากรภายใน 60 วันนับจากวันที่จดทะเบียน บริษัทที่มียอดขายประจำปี 1.8 ล้านบาท (58,000 ดอลลาร์สหรัฐ) จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับจากวันที่ถึงเพดาน 1.8 ล้านบาท

เรื่องต้องรู้จดทะเบียนนิติบุคคล

นิติบุคคลคืออะไร

นิติบุคคลคือ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่กฎหมายกำหนดให้เป็นบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดาซึ่งนิติบุคคลจะเกิดข้ึนได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ดังน้ันนิติบุคคลจะมีสิทธิและหน้าที่ต่างๆตามกฎหมาย เช่น การทำสัญญาต่างๆได้ การเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆได้ การเป็นโจทย์หรือจำเลยได้ การเสียภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสิทธิและหน้าที่บางอย่างนิติบุคคลก็ไม่สามารถทำได้เหมือนกับบุคคลธรรมดา เช่น การจดทะเบียนสมรส เป็นต้น

ประเภทของนิติบุคคล

ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจว่านิติบุคคลคืออะไรน้ัน เราควรจะต้องมาเข้าใจก่อนว่านิติบุคคลน้ันมีกี่ประเภท ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  2. นิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ น้ันมีบัญญัติเอาไว้หลายประเภท เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด มูลนิธิ สมาคม เป็นต้น

นิติบุคคลตามกฎหมายอื่น คือ นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น พระราชบัญญัติมหาชนจำกัด พระราชบัญญัติสหกรณ์ เป็นต้น

ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ห้างหุ้นส่วนแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทคือ

  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนสามัญมีดังนี้

  1. คือสัญญาของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรที่สามารถหามาได้
  2. ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในตัวหนี้ทั้งหมดของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด อันนี้จะเป็นข้อเสียอย่างมากของการ

เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญเนื่องจากหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดอย่างไม่จำกัด กล่าวคือหากดำเนินธุรกิจไปแล้วมีหนี้สินต่างๆ

เกิดขึ้นและตัวห้างหุ้นส่วนสามัญไม่มีเงินมาใช้หนี้  คุณในฐานะหุ้นส่วนก็จะต้องำาเงินส่วนตัวมาร่วมรับผิดชอบใช้หนี้ด้วย

อย่างไม่จำกัด

  1. ต้องมีหุ้นส่วนตั้งแต่2 คนขึ้นไป
  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญสามารถแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภทย่อย คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน (หมายถึงไม่ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ห้างหุ้นส่วนสามัญประเภทนี้จะมีสถานะเหมือนกับบุคคลธรรมดา ดังน้ันรูปแบบในการเสียภาษีจึงเสียตามอัตราก้าวหน้าในรูปแบบบุคคลธรรมดาและไม่ต้องนำส่งงบการเงิน อีกประเภทหนึ่งคือ ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน (หมายถึงจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ห้างหุ้นส่วนสามัญประเภทนี้ จะมีสถานะเหมือนกับนิติบุคคล ดังน้ันรูปแบบการเสียภาษีจึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และต้องน าส่งงบการเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจำกัด มีดังนี้

  1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีสถานะเป็นนิติบุคคล
  2. คือสัญญาของบุคคลตั้งแต่สองคนขี้นไปตกลงกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรที่สามารถทำมาหาได้
  3. หุ้นส่วนจะมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือหุ้นส่วนที่ไม่จ ากัดความรับผิด และหุ้นส่วนที่จ ากัดความรับผิด โดยตัวหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องเป็นหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด อันนี้จะเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของการเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเนื่องจากต้องมีอย่างน้อย 1 คน ที่เป็นหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด (หุ้นส่วนผู้จัดการ) ซึ่งจะต้องรับผิดอย่างไม่จำกัด กล่าวคือหากดำเนินธุรกิจไปแล้วมีหนี้สินต่างๆเกิดขึ้นและตัวห้างหุ้นส่วนสามัญไม่มีเงินมาใช้หนี้ คุณในฐานะหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดก็จะต้องนำเงินส่วนตัวมาร่วมรับผิดชอบใช้หนี้ด้วยอย่างไม่จำกัด สำหรับหุ้นส่วนที่รับผิดจำกัดจะรับผิดเพียงจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่าน้ัน
  4. ต้องมีหุ้นส่วนตั้งแต่2 คนขึ้นไป
  5. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องนำส่งงบการเงินตามกฎหมาย
  6. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จะเสียภาษีในรูปแบบนิติบุคคล

บริษัทจำกัด คืออะไร

บริษัทจำกัดน้ัน คือบริษัทประเภทที่จัดตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่าๆ กัน โดยมีผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับบริษัทจำกัดมีดังต่อไปนี้

  1. บริษัทจำกัดจะมีสถานะเป็นนิติบุคคล
  2. ผู้ถือหุ้นจะต้องมีอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป มากระทำการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรที่สามารถทำมาหาได้
  3. ผู้ถือหุ้นทั้งหมดจะเป็นแบบจำกัดความรับผิด (เพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ) อันนี้ จะเป็นข้อที่ดีอย่างมากของการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด / บริษัทมหาชนจำกัดค่ะ เพราะหากดำเนินธุรกิจไปแล้วมีหนี้สินต่างๆเกิดขึ้นและตัวบริษัทไม่มีเงินมาใช้นี้ ผู้ถือหุ้นก็ไม่จำเป็นต้องนำเงินส่วนตัวมาชดใช้เนื่องจากรับผิดจำกัด
  4. การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัดจะดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการดำเนินธุรกิจในรูปแบบห้างหุ้นส่วน
  5. บริษัทจำกัดจะต้องนำส่งงบการเงินตามกฎหมาย
  6. บริษัทจำกัดจะเสียภาษีในรูปแบบนิติบุคคล

ความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบ

แน่นอนว่าการจดทะเบียนเป็นบริษัทนั้นจะมีความน่าจะเชื่อมากกว่าการประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดามาก เนื่องจากธรรมชาติของ SME ไทยจะให้ความเชื่อมั่นกับบริษัทมากกว่าบุคคลธรรมดา  เพราะบริษัทจะมีฐานทุนที่มากกว่าและจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองงบการเงินจากผู้สอบบัญชีทำให้ดูมีความโปร่งใส และมีความน่าเชื่อถือมากกว่าบุคคลธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าความน่าเชื่อถือนี่เองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจนั่นเอง

ข้อดีอย่างหนึ่งของการจดทะเบียนเป็นบริษัทนั่นคือ ผู้ถือหุ้นของบริษัทจะรับผิดจำกัด กล่าวคือผู้ถือหุ้นจะร่วมรับผิดเพียงเท่าจำนวนเงินที่ตนลงทุนเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดคดีความที่บริษัทถูกฟ้องร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย ค่าเสียหายดังกล่าวจะไม่สามารถมาเรียกเก็บจากผู้ถือหุ้นของบริษัทได้ เนื่องจากตามกฎหมายบริษัทจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้นและถือเป็นคนละบุคคลกัน

หากจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจะรับผิดจำกัดยกเว้นตัวหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องรับผิดไม่จำกัด และหากดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา แน่นอนว่าตัวบุคคลนั้นๆจะต้องรับผิดอย่างไม่จำกัด  หากมีหนี้สิน หรือคดีความฟ้องร้องต่างๆเกิดขึ้น  จากที่ได้อธิบายไปแล้ว ในมุมของความรับผิดการจดทะเบียนเป็นบริษัทนั้นดีที่สุดเนื่องจากรับผิดจำกัด